ศิลปะข้างถนนจาก ญี่ปุ่น
posted on 26 Oct 2009 01:23 by lemon054 in GoodThinkคราวนี้ก็ขอเอาของประเทศญี่ปุ่นมาให้ชม
ปลาหมึกๆๆๆ
ปราสาทไรหว่า
โคนันวุ้ยยยยยยยยยยยยย
แปลว่าไรนิ
คราวนี้ก็ขอเอาของประเทศญี่ปุ่นมาให้ชม
ปลาหมึกๆๆๆ
ปราสาทไรหว่า
โคนันวุ้ยยยยยยยยยยยยย
แปลว่าไรนิ
เป็นเคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีนค่ะ ได้แก่
๑. ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว..การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุได้
๒. ปาท่องโก๋ ใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่ว เป้นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ
๓. เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง
๔. ผักดอง เกิดการสะสมเกลือโซเดียม หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจง่าย
๕. ตับหมู ๑ กก. มีคอเลสเตอรอลกว่า ๔๐๐ มก. ถ้ามีมากและนานทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจ, หลอดเลือดทางสมอง, มะเร็ง
๖. ผักโขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน
๗. บะหมี่สำเร็จรูป ทำให้ขาดสารอาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย
๘. เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้
๙. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค...และมีสารย่อยโปรตีน ไฮโดรเจนซัลไฟล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
๑๐. ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน ๖ กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์
จากหนังสือ หมอชาวบ้าน ธันวาคม ๒๕๔๙
edit @ 23 Oct 2009 20:35:02 by ~Lemon~cicerO~
ชาวนิวยอร์ค จำนวนกว่า 750,000 คน ร่วมถวายการต้อนรับตามประเพณี ตลอดระยะทางที่เสด็จฯ ผ่านถนนสายบรอดเวย์ล่าง มุ่งสู่ศาลาเทศบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับรถพระที่นั่งเปิดประทุนผ่านไปท่ามกลางแสงแดดอันแจ่มจ้าเป็นเวลา 20 นาที
รูปนี้กรุงลอนดอน อังกฤษครับ ภาพบรรยากาศชวนขนลุกมาก ภูมิใจที่ได้เกิดใต้ร่มบารมีพระองค์ครับ ในรูปผมว่าชาวต่างชาติที่รอรับเสด็จเกินแสนคนครับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับรถม้าพระที่นั่งร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 แห่งกรุงอังกฤษ จากสถานีรถไฟวิคตอเรียสู่พระราชวังบั๊คกิ้งแฮม ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประทับร่วมกับดยุคแห่งเอดินเบอเรอะ ท่ามกลางฝูงชนของมหานครลอนดอน
รูปนี้เป็นตอนก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินออกจากบอสตัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักหนังสือพิมพ์อเมริกันเข้าเฝ้าและพระราชทานสัมภาษณ์เป็นเวลานานอย่างไม่ถือพระองค์ครับ
รูปนี้ตอนที่พระองค์เสด็จเยือนปากีสถานครับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทอดพระเนตรช่องเขาไคเบอร์ ตอนใกล้พรมแดนระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถาน เมื่อ 15 มีนาคม 2505
10. Saccharin (ขัณฑสกร)
เชื่อหรือไม่ว่าสาร ให้ความหวานที่หวานกว่าน้ำตาล 550 เท่านี้ ถือกำเนิดมาเพราะนักเคมีนาม Constantin Fahlberg ไม่ได้ล้างมือหลังจากกลับถึงบ้าน!
ในปี ค.ศ. 1879 Fahlberg กำลังขมักเขม้นกับการหาวิธีใช้งานน้ำมันถ่านหินอยู่ หลังจากเลิกงาน เขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเขากลับถึงบ้าน คว้าขนมปังมากิน ปรากฎว่า มันหวานกว่าปรกติ หลังจากถามศรีภรรยาว่าเธอได้ใส่น้ำตาลเพิ่มไปหรือเปล่า ภรรยาเธอก็ปฎิเสธ แล้วก็บอกว่า รสชาติก็ปรกติดีนิ Fahlberg จึงถึงบางอ้อว่า รสหวานมันต้องมาจากมือ (ที่ยังไม่ได้ล้าง) ของเขาแน่ๆ
วันรุ่งขึ้น เขากลับไปที่ห้องแล็ป และชิมงานทุกอย่างของเขา จนกระทั่งเจอจุดที่มีรสหวาน
9. Smart Dust
คนส่วนมากมักจะอารมณ์เสีย ถ้าจู่ๆการบ้านของเขาระเบิดใส่หน้าและแตกเป็นชิ้นๆลงบนพื้น
แต่ ไม่ใช่นักศึกษา นาม Jamie Link เพราะในขณะที่ Link กำลังทำการทดลองในงานวิจัยของเธอในมหาวิทยาลัย University of California อยู่นั้น ปรากฎว่า ชิพซิลิกอนที่เธอกำลังศึกษาอยู่ เกิดระเบิดแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่หลังจากนั้น เธอก็ได้พบว่า ชิ้นส่วนเล็กๆเหล่านี้ ยังสามารถทำงานเป็นเครื่องตรวจจับได้อยู่
ในที่สุดแล้ว "smart dust" นี่เอง ที่ทำให้เธอได้รางวัลสูงสุดในงาน Collegiate Inventors Competition เมื่อปี 2003 ไปครอง
ชิ้น ส่วนเล็กๆเหล่านี้สามารถเอาไปใช้หาความบริสุทธิ์ของน้ำดื่ม, หาสารเคมีที่เป็นอันตรายในอากาศ แม้กระทั่ง ระบุตำแหน่งเซลล์มะเร็งในร่างกายมนุษย์ได้ด้วย
8. Coke
การบังเอิญคิดค้นอาหารต่างๆนั้นมี มากมายเหลือเกิน เช่น มันฝรั่งแผ่นที่เกิดเพราะพ่อครัวนาม George Crum รำคาญลูกค้าที่บ่นว่า french fries ที่เขาทำมันอมน้ำมันเหลือเกิน หรือไอติมแท่งที่เกิดเพราะนาย Frank Epperson ลืมน้ำหวานไว้นอกบ้านในคืนที่อากาศหนาว
แต่ไม่มีการบังเอิญใดที่จะประสบความสำเร็จเท่ากับโค้กอีกแล้ว
เพราะ เภสัชกรในแอตแลนต้าที่ชื่อ John Pemberton พยายามที่จะคิดสูตรยาสำหรับแก้ปวดหัว เขาใช้ส่วนผสมหลายอย่าง -ที่เป็นความลับจนทุกวันนี้- จนเกิดเป็นโค้กขึ้นมา
กว่าโค้กจะเป็นที่นียมได้ ก็ต้องใช้เวลาถึง 8 ปีในร้านขายยาของเขา หลังจากนั้น ถึงจะได้เอาน้ำดำมาใส่ขวดขายจนทุกวันนี้
7. Teflon
ในปัจจุบัน สาร CFC (chlorofluorocarbon) ได้ถูกระงับไม่ให้ใช้แล้ว เนื่องจากการทำลายชั้นโอโซนของมัน แต่ย้อนกลับไปในช่วงปี 1930 สารนี้แหละ ที่ทำให้ตู้เย็นพัฒนาขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ช่วงนั้นเอง นักเคมีหนุ่มของ บ.DuPont ที่ชื่อ Roy Plunkett ก็กำลังคิดค้นสาร CFC ชนิดใหม่อยู่เหมือนกัน เขาคิดเอาไว้ว่า ถ้าเขาสามารถนำส่วนผสมที่เรียกว่า TFE ไปทำปฏิกริยากับกรดไฮโดรคลอริคได้ เขาควรจะได้สารทำความเย็นชนิดใหม่ขึ้นมา
เมื่อเริ่มทดลอง เขาก็เอาก๊าซ TFE มาแช่เย็นและอัดใส่ในกระป๋อง เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ในตอนหลัง หลังจากทำโน่นทำนี่แล้ว ถึงเวลาเปิดกระป๋องเพื่อที่จะเอากรดใส่ลงไป ปรากฎว่า ไม่มีอะไรอยู่ในกระป๋อง... ก๊าซหายไปหมดแล้ว
ด้วยความโมโห เขาเลยเปิดฝากระป๋องออก แล้วเขย่าๆๆๆ ปรากฎว่า มีผลึกสีขาวๆร่วงออกมาจากกระป๋อง หลังจากนั้น ก็เป็นโชคดีของแม่บ้านทั้งหลาย เพราะเขาเกิดสงสัยไอ้ผลึกขาวๆเหล่านั้น และส่งไปให้นักวิทยาศาสตร์คนอื่นใน บ. ดูต่อไป
6. Vulcanized Rubber (ยางวัลกาไนส์)
Charles Goodyear ต้องรอเป็นปีๆ ถึงจะเจออุบัติเหตุที่ทำให้เขานอนตายตาหลับได้
Goodyear ใช้เวลาหลายสิบปีในการหาวิธีต่างๆที่จะทำให้ยางมีประสิทธิภาพดีขึ้นในขณะ เดียวกันก็ต้องทนความร้อนและความเย็นด้วย ..แต่เขาก็หาไม่เจอสักที
จน วันนึง เขาทำส่วนผสมของ ยาง, ซัลเฟอร์ และตะกั่ว หกใส่เตาร้อนๆ ความร้อนเผาส่วนผสมทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ทำลายส่วนผสมนั้น เมื่อ Goodyear หยิบส่วนผสมขึ้นมาดู ปรากฎว่า มันแข็งขึ้น และยังสามารถใช้งานได้อยู่
ในที่สุด... เขาก็เจอการก้าวกระโดดที่เขาใฝ่ฝันถึง ส่วนยางที่เขาค้นพบนั้น ปัจจุบัน ก็อยู่ใน ยางรถยนต์, รองเท้า ยันลูกฮอกกี้น้ำแข็ง
5. Plastic
ในปี 1907 ชแล็กถูกใช้เป็นฉนวนในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แถมไม่ใช่ของถูกๆซะด้วย เพราะมันได้มาจากแมลงชนิดหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแน่นอน นาย Leo Hendrik Baekeland นักเคมีว่างงานก็เกิดไอเดียที่จะทำชแล็กสูตรใหม่ขึ้นมา และโกยกำไรให้กระเป๋าตุง
แต่ทำไปทำมา การทดลองของเขาดันทำให้เกิดวัสดุที่ขึ้นรูปได้ และทนความร้อนโดยไม่เสียรูปทรงซะงั้น
Baekeland ตั้งชื่อสารของเขาว่า "Bakelite" แล้วคิดที่จะใช้มันสำหรับเป็นแผ่นเสียง แต่ไม่นานหลังจากนั้น เราก็ค้นพบว่าไอ้สารนี่ มันทำอะไรได้เป็นพันๆอย่างเลยทีเดียว ตั้งกะโทรศัพท์ ยันหน้ากากผี
ที่มา: Science Top 10 Lists ของ Science Channel
แปล: angel13th@pantip.com
ผ่านมามีคนโพสเรื่องแนวคิด ความคิดของมนุษย์ กลยุทธ กันเยอะแยะดังนั้นผมเลยตามกระแสะบ้าง ผมจะมาพูดถึงหนังเรื่อง "Pay it forward" ไม่รู้ว่ามีใครเคยดูบ้าง มันเป็นหนังที่ดี มีแนวคิดที่ดี ผมไม่ขอพูดถึงเนื้อเรื่องแต่พูดถึงconceptที่หนังได้คิดขึ้นมา ผมว่ามันเป็นแนวคิดที่ดี และทุกวันนี้ได้เกิดองค์กรต่างๆที่เป็นการทำการpay it forward อีกด้วย ผมมีทฤษฏีเกี่ยวกับหนังมาให้ดูครับ



หมายเหตุ
นั่งเครียดจากความวุ่นวายภายในบ้านเมือง และเรื่องราวต่างๆ
กลุ้มใจ...ไม่รู้จะแก้ปัญหาได้ยังไง
ก็เลยนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่ได้ดูเมื่อหลายปีมาแล้ว
"Pay it Forward"
เป็นเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง ที่คิดทฤษฎีเปลี่ยนแปลงโลกขึ้นมา!!!
ที่น่าสนใจคือทฤษฎีนี้ง่ายมากๆ โดยการเริ่มที่ตัวเองก่อน
เริ่มที่จะช่วยเหลือคนรอบข้าง เช่น แม่ ครู และคนข้างถนน
จนเกิดกระแสแห่งความดีกระเพื่อมไปทั่วทั้งประเทศ
และเมื่อลองค้นคำว่า "pay it forward" ในอินเตอร์เน็ต
ก็พบว่ากระแส pay it forward นั้นได้เกิดขึ้นจริงๆ
โดยมีกลุ่มคนจากที่ต่างๆ รวมตัวกันสร้างโครงการ Pay it Forward
ในการช่วยเหลือเด็กนักเรียน การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง และอื่นๆ
ดังนั้นจึงมาถึงคำตอบของคำถามที่ว่า
"เราซึ่งเป็นประชาชนตาดำๆ คนหนึ่ง จะมีปัญญาอะไรไปแก้ปัญหาประเทศชาติ?"
คำตอบก็คือ
"เริ่มได้โดยการสร้างความดีที่ตัวเอง แล้วส่งต่อความดีนั้นไปเรื่อยๆ"
เพราะถ้าไม่เริ่มทำอะไรซักอย่าง
ก็คงต้องนั่งบ่นนั่งกลุ้มใจกันไปไม่มีวันจบ
"วันนี้...คุณส่งต่อความดีไปให้ใครบ้างหรือยัง?" >>>>>>>>>
ขอขอบคุณอย่างสูง http://sasdkmitl08.blogspot.com/2008/07/pay-it-forward.html
ผลตัดสินรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม นานาชาติ หรือรางวัล "IDEA" ประจำปี พ.ศ.2552 ได้ฤกษ์ประกาศรายชื่อผู้ชนะสาขาต่างๆ ออกมาแล้ว
รางวัลนี้สนับสนุน โดยนิตยสารธุรกิจชั้นนำ "บิสสิเนสวีก" และสมาคมนักออกแบบอุตสาหกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (IDSA) มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและมอบรางวัลเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคล กลุ่มบุคคล รวมถึงองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการออกแบบใหม่ๆ ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชากรทั่วโลก
สำหรับผู้ชนะที่น่าสนใจและมีความโดดเด่นในสาขาต่างๆ ประจำปี 2552 บางส่วนประกอบด้วยผลงานดังต่อไปนี้
1.คู่มือทำอาหารดิจิตอล (Teaser)
ผู้ออกแบบ : สก๊อต ชิม มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ และคาลวิน เฉิน มหาวิทยาลัยเพอร์ดู สหรัฐอเมริกา
ทีเซอร์ (Teaser) เป็นต้นแบบคู่มือปรุงอาหารยุคดิจิตอลที่นอกจากจะบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับสูตร อาหารต่างๆ เอาไว้ในหน่วยความจำแล้วก็ยังมีระบบ "ผลิตรสชาติ" ของเมนูที่ต้องการปรุงออกมาได้ด้วย!
ภายในตัวเครื่องติดตั้ง "ตลับเก็บรสชาติ" เอาไว้ 18 ตัวอย่าง
สามารถสั่งให้เครื่องนำมาผสมกัน พร้อมกับจัดพิมพ์ลงบนกระดาษตัวอย่างเพื่อให้ลองชิมดูว่าถูกใจหรือไม่ ถ้าถูกลิ้นก็ลงมือปรุงจริงๆ ได้เลย แต่ถ้าไม่โดนใจก็ประยุกต์สูตรได้ตามสะดวก
2.เครื่องสร้างอักษรเบรล (Haptic Reader)
ผู้ออกแบบ : เดวิด ลี และยูนา คิม มหาวิทยาลัยฮันดองโกลบอล และฮันซุก ลี มหาวิทยาลัยไคเมียง เกาหลีใต้
Haptic Reader ทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนตัวอักษรบนหน้าหนังสือ จากนั้นประมวลผลออกมาเป็นตัวอักษรเบรล ช่วยให้ผู้พิการทางสายตามีโอกาสเข้าถึงคลังความรู้ในโลกหนังสือมากขึ้น
วิธี การใช้งาน นำตัวเครื่องวางทับหน้าหนังสือที่ต้องการ เมื่อระบบสแกนเสร็จแล้ว พื้นผิวหน้าจอส่วนบน จะมีปุ่มนูนขึ้นมาแปรสภาพเป็นอักขระเบรล
นอกจากนั้น ยังมีระบบแปลงตัวอักษรที่สแกนเข้ามาเป็น "คำพูด" อีกด้วย
3.โน้ตบุ๊กเจาะกลุ่มผู้หญิง (Shell Laptop Concept)
ผู้ออกแบบ : จอช มารัสกา และแทน ทูลิส สหรัฐอเมริกา
ต้นแบบโน้ตบุ๊ก รุ่น "Shell Laptop" พัฒนาโดยทีมงานของบริษัทไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ธุรกิจโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบอร์ 1 ของโลก
แนวคิดหลักต้องการทลายกรอบการออกแบบ โน้ตบุ๊กเดิมๆ
มุ่งจับลูกค้ากลุ่ม "ผู้หญิง" ยุคใหม่ อายุระหว่าง 23-28 ปี นำวัสดุที่ดูแล้วมีความนุ่มนวล น่าสัมผัส เช่น ไม้และเซรามิกมาผสานเข้ากับลวดลายเรืองแสง มองแล้วน่าดึงดูดใจให้ใช้งาน
4.คอนแท็กต์เลนส์กันแดด (Contact Shades)
ผู้ออกแบบ : จิน ยองอุน, จุน เกียวลี, ยัง โฮลี สังกัดกลุ่มโคเรีย ดีไซน์ เมมเบอร์ชิพ ประเทศเกาหลีใต้
" แว่นตากันแดด" มีมาตั้งหลายปีล่าสุด กลุ่มนักออกแบบแดนโสมจึงคิดค้น "คอนแท็กต์เลนส์" ที่มีคุณสมบัติกันแดดและรังสีอัลตราไวโอเลตขึ้นมาบ้าง
คอนแท็กต์เลนส์กันแดดที่ว่านี้มี 4 รุ่นด้วยกัน เหมาะกับสภาพอากาศ 4 ลักษณะ และมุ่งจับลูกค้ากลุ่มที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้ง
5.แผนที่หลากมุมมอง (Panamap)
ผู้ออกแบบ : เอียน ไวต์ บริษัท เออร์บัน แม็ปปิ้ง อิงก์ สหรัฐอเมริกา
แผนที่ มาตรฐานทั่วไปทุกวันนี้ถูกระบบบอกพิกัดผ่านดาวเทียม (จีพีเอส) รวมถึงโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนชนิดมีแผนที่ในตัวแย่งหน้าที่ไปเยอะ จนใกล้กลายเป็นของตกยุค
แต่บ.เออร์บัน แม็ปปิ้ง ยังคงศรัทธาในแผนที่ เพียงแต่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างแผนที่ไฮเทค รุ่น "Panamap" (พานาแม็ป)
เมื่อกางและขยับเปลี่ยนมุมมองแผนที่แต่ละครั้ง จะมองเห็นข้อมูลอื่นปรากฏขึ้นมาสลับกันไป อาทิ ถนนหนทาง เส้นทางเดินรถระบบขนส่งมวลชน และแนะนำย่านสำคัญๆ ในแต่ละเมือง
6.เลนจักรยานส่วนตัว (Light Lane)
ผู้ออกแบบ : เอวาน แกนต์ จากสมาคมนักออกแบบอุตสาหกรรมแห่งอเมริกา และอเล็กซ์ ที จากบริษัท อัลติจูด อิงก์ สหรัฐอเมริกา
กระแส รณรงค์ให้คนในสังคมเมืองหันมาขี่จักรยานเพื่อช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมคนละ ไม้คนละมือไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร หนึ่งในสาเหตุหลักเพราะไม่มีการสร้าง "เลนจักรยาน" เอาไว้ให้ประชาชนขี่จักรยานด้วยความปลอดภัย
เมื่อหวังพึ่งทางการไม่ค่อยได้ คู่หูเอวาน กับอเล็กซ์ จึงออกแบบ "ไฟส่องเลนจักรยาน" ขนาดพกพาสำหรับติดท้ายจักรยาน คอยทำหน้าที่ยิงลำแสงเลเซอร์ออกไปเป็นรูป "เลนจักรยาน" เพื่อขอทางปั่นจักรยานและเตือนให้รถยนต์ที่ขับตามมาข้างหลังได้มองเห็นชัดๆ โดยเฉพาะยามค่ำคืน
7.โคมไฟรีไซเคิล (The Energy Seed)
ผู้ออกแบบ : ปาร์ก ซังวู มหาวิทยาลัยกุ๊กมิน และคิม ซุนฮี มหาวิทยาลัยชุนอา เกาหลีใต้
เป้า หมายการประดิษฐ์โคมไฟรูปร่างเลียนแบบ "ดอกไม้" แสนสวยงามชิ้นนี้ เพื่อกระตุ้นให้มนุษย์ตระหนักถึงพิษภัยของการทิ้ง "ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์" ไม่เป็นที่เป็นทาง เช่น ถ่านและแบตเตอรี่ ซึ่งนับวันยิ่งส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง
การใช้งานโคมไฟ "Energy Seed" ต้องทิ้งถ่านหรือแบตเตอรี่เก่าลงไปในช่องที่จัดเตรียมไว้ให้ ขั้นต่อไประบบจะ "รีด" พลังงานที่ยังพอตกค้างอยู่ในแบตเตอรี่ออกมาใช้จนหมดเกลี้ยง
เมื่อทิ้งแบตเตอรี่เก่าๆ ลงไปมากเท่าไหร่ หลอดไฟแอลอีดีในดอกไม้จะสว่างจ้ามากขึ้นเท่านั้น เหมือนเราค่อยๆ ปลูกประคบประหงมเมล็ดพันธุ์พืชจนเติบใหญ่
8."เมาส์"สุดจ๊าบ (Arc Notebook Mouse)
ผู้ออกแบบ : นักออกแบบผลิตภัณฑ์ไอทีประจำบริษัทวัน แอนด์ โค, ไมโครซอฟท์ และแคดเบส โซลูชั่น สหรัฐอเมริกา
ใครเห็นรูปโฉมเมาส์คอมพิวเตอร์ "Arc Notebook Mouse" รุ่นนี้ของบริษัทไมโครซอฟท์คงต้องยอมรับว่าจ๊าบจริงๆ
ได้รับการออกแบบให้ใช้กับโน้ตบุ๊กโดยเฉพาะ รูปทรงโค้งมน หยิบจับใช้งานคล่องตัว
มีขนาดเล็กกว่าเมาส์ทั่วไปของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะราวกึ่งหนึ่ง แต่สามารถกางออกมาให้กลายเป็นเมาส์ขนาดใหญ่ได้ด้วย
9.ชุดตรวจเชื้อเอดส์ที่บ้าน (Project Masiluleke Home HIV Test Kit)
ผู้ออกแบบ : บริษัท ฟร็อกดีไซน์ สหรัฐอเมริกา
ชุดตรวจผลเชื้อเอชไอวี/เอดส์ในภาพนี้ แจกจ่ายฟรีอยู่ในประเทศแอฟริกา ใต้
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในโครงการลดการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์ในพื้นที่ชนบทห่างไกลของแอฟริกาใต้
เมื่อรับชุดดังกล่าวไปแล้ว นำไปตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้ด้วยตนเอง โดยใช้ "น้ำลาย" เป็นตัวตรวจหาเชื้อ ภายในกล่องเขียนคำอธิบายวิธีใช้งาน ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่นของคนแอฟริกัน
10.เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบก (ICON A5)
ผู้ออกแบบ : นักวิจัยสังกัดบริษัท ไอคอน แอร์คราฟต์, กลุ่มนิสสัน ดีไซน์ อเมริกา, บริษัท ทรอย ลี ดีไซน์ และวิทยาลัยศิลปะการออกแบบ สหรัฐอเมริกา
เครื่อง บินส่วนบุคคลหน้าตาล้ำยุคและดุดันเอาเรื่อง รุ่น "ICON A5" ใช้เล่นได้ทั้งบนอากาศและเหนือผิวน้ำ ปีกพับเก็บได้ ช่วยให้การเคลื่อนย้ายตัวเครื่องไปยังสถานที่ต่างๆ ทำได้โดยง่าย
พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่รักในกีฬาขับเครื่องบินเล็ก ซึ่งมีใบอนุญาตการบินถูกต้องตามกฎหมาย
ที่มา ข่าวสดออนไลน์
และขอขอบคุณ คุณ danial_juventino www.soccersuck.com