posted on 22 Nov 2009 20:39 by lemon054 in joke
ความจริงเป็นสิ่ง *ทำให้* ไม่ตาย
มีชายหนุ่มที่แต่งงานแล้วคนหนึ่ง เค้าเป็นนักธุรกิจ.. วันหนึ่งความใกล้ชิดเป็นเหตุ เค้ากับเลขาเกิด
อารมณ์เสน่หาขึ้นมา ทั้งคู่จึงไปลงเอยกันที่บ้านของเลขาสาวสวย
และใช้เวลาร่วมรักกันตลอดบ่าย และเผลอผล่อยหลับด้วยความอ่อนเพลีย
จนกระทั่งสองทุ่ม ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว .. ตายละวา ป่านนี้ยังไม่กลับบ้านเดี๋ยวภรรยาจะต้องสงสัยแน่ๆ
จึงรีบให้เลขาเอารองเท้าทั้งสองข้างไปถูกับพื้นหญ้า และพื้นขี้โคลนให้เปื้อนเลอะเทอะ
แล้วรีบคว้าเสื้อและรองเท้ามาใส่ ตรงกลับบ้านทันที
เมื่อถึงบ้าน คุณภรรยาก็ยืนท้าวเอวรออยู่แล้ว " คุณไปไหนมา? " สามีค่อยๆเดินเข้าบ้านและพูดว่า
" ที่รักจ๊ะ..ผมไม่สามารถจะโกหกคุณได้ ผมได้ออกไปธุระกับเลขาผม และ เราได้มีอะไรกันตลอด ช่วงบ่าย
ผมเผลอหลับไป เพิ่งจะตื่นเมื่อตอนสองทุ่มนี่เอง " แล้วตีหน้าเศร้า
ส่วนคุณภรรยา ก็เหลือบไปเห็นรองเท้าที่วางไว้
"แกอย่ามาโกหกชั้นน่ะ ชั้นรู้น่ะ แกแอบไปเล่นกอล์ฟมาใช่มั้ย คิดว่าชั้นโง่งั้นเหรอ ..ฮึ "
ขอขอบคุณ เรื่องดีๆๆ จาก
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=210489
posted on 22 Nov 2009 11:14 by lemon054 in bud
วิธีแก้ไขนิวรณ์ 5
มื่อนิวรณ์เกิดขึ้นมีวิธีแก้ดังนี้คือ
1.) กามฉันทะ แก้ได้หลายวิธีตามลักษณะของกามฉันทะที่เกิดขึ้น ดังนี้
พิจารณา ถึงความจริงที่ว่ากามคุณทั้งหลายนั้นมีสุขน้อยมีทุกข์มาก คือให้ความสุขในช่วงที่ได้มาใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเสมือนเหยื่อล่อให้ติด ครั้นเมื่อติดในสิ่งนั้น ๆ แล้ว ความทุกข์ทั้งหลายก็จะตามมา ถ้ายิ่งถูกใจมากเท่าใด ก็จะยิ่งนำความทุกข์มาให้มากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทุกข์จากการแสวงหาเพื่อให้ได้มากยิ่งขึ้น ทุกข์จากการพยายามรักษาสิ่งนั้นเอาไว้ ทุกข์จากความหวงแหน ความกลัวว่าจะต้องสูญเสียสิ่งนั้นไป และเมื่อต้องสูญเสียสิ่งนั้นไป ก็จะยิ่งเป็นทุกข์ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเราทั้งหลายล้วนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักที่พอใจ ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
พิจารณาถึงความที่สิ่งทั้งหลายมีความแปรปรวน ไปตลอดเวลา สิ่งที่ให้ความสุขในวันนี้ ก็อาจจะนำความทุกข์มาให้ได้ในวันข้างหน้า เช่น คนที่ทำดีกับเราในวันนี้ ต่อไปถ้าเขาเบื่อ หรือไม่พอใจอะไรเราขึ้นมา เขาก็อาจจะร้ายกับเราอย่างมากก็ได้
พิจารณาถึงความเป็นอสุภะ คือเป็นของไม่สวยไม่งาม เต็มไปด้วยของไม่สะอาด ร่างกายที่เห็นว่าสวยงามในตอนนี้ จะคงสภาพอยู่ได้นานสักเท่าใด พอแก่ตัวขึ้นก็ย่อมจะหย่อนยาน เหี่ยวย่นไม่น่าดู ถึงแม้ในตอนนี้เอง ก็เต็มไปด้วยของสกปรกไปทั้งตัว ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า (ไม่เชื่อก็ลองไม่อาบน้ำดูสักวันสองวันก็จะรู้เอง) ลองพิจารณาดูเถิด ว่ามีส่วนไหนที่ไม่ต้องคอยทำความสะอาดบ้าง และถ้าถึงเวลาที่กลายสภาพเป็นเพียงซากศพแล้วจะขนาดไหน
พิจารณาถึงคุณของการออกจากกาม หรือประโยชน์ของสมาธิ เช่น
เป็น ความสุขที่ประณีต ละเอียดอ่อน เบาสบายไม่หนักอึ้งเหมือนกาม คนที่ได้สัมผัสกับความสุขจากสมาธิสักครั้ง ก็จะรู้ได้เองว่าเหนือกว่าความสุขจากกามมากเพียงใด
เป็นความสุขที่ ไม่ต้องแสวงหาจากภายนอก เพราะเกิดจากความสงบภายใน จึงไม่ต้องมีการแย่งชิง ไม่ต้องยื้อแย่งแข่งขัน ไม่ต้องกลัวถูกลักขโมย
เป็นความสุขที่ไม่ต้องมีวัตถุใดๆ มาเป็นเครื่องล่อ จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
จาก
http://larndham.net/index.php?showtopic=25547
posted on 21 Nov 2009 09:05 by lemon054 in bud
นิวรณ์ คือสิ่งที่ขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่อาจเกิดขึ้นได้ มี 5 อย่างคือ
1. กามฉันทะ
คือความยินดี พอใจ เพลิดเพลินในกามคุณอารมณ์ ได้แก่ ความยินดี พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ(สิ่งสัมผัสทางกาย) อันน่ายินดี น่ารักใคร่พอใจ รวมทั้งความคิดอันเกี่ยวเนื่องด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะนั้น (คำว่ากามในทางธรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องเพศเท่านั้น)
2. พยาปาทะ
คือ ความโกรธ ความพยาบาท ความไม่พอใจ ขัดเคืองใจ
3. ถีนมิทธะ
แยกเป็นถีนะคือความหดหู่ท้อถอย และมิทธะคือความง่วงเหงาหาวนอน ถีนะและมิทธะนั้นมีอาการแสดงออกที่คล้ายกันมาก คือทำให้เกิดอาการเซื่องซึมเหมือนกัน แต่มีสาเหตุที่ต่างกันคือ ถีนะเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง เกิดจากการปรุงแต่งของจิต ทำให้เกิดความย่อท้อ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังที่จะทำความเพียรต่อไป ส่วนมิทธะนั้นเกิดจากความเมื่อยล้าอ่อนเพลียของร่างกาย หรือจิตใจจริง ๆ เนื่องจากตรากตรำมามาก หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารที่มากเกินไป มิทธะนี้ไม่จัดเป็นกิเลส (พระอรหันต์ไม่มีถีนะแล้ว แต่ยังมีมิทธะได้เป็นบางครั้ง)
4. อุทธัจจกุกกุจจะ
แยกเป็นอุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านของจิต และกุกกุจจะคือความรำคาญใจ อุทธัจจะนั้นคือการที่จิตไม่สามารถยึดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน จึงเกิดอาการฟุ้งซ่าน เลื่อนลอยไปเรื่องนั้นที เรื่องนี้ที ส่วนกุกกุจจะนั้นเกิดจากความกังวลใจ หรือไม่สบายใจถึงอกุศลที่ได้ทำไปแล้วในอดีต ว่าไม่น่าทำไปอย่างนั้นเลย หรือบุญกุศลต่างๆ ที่ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ ว่าน่าจะได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้
5. วิจิกิจฉา
คือความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจ หรือไม่ปักใจเชื่อว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด หรือควรทำแบบไหนดี จิตจึงไม่อาจมุ่งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้อย่างเต็มที่ สมาธิจึงไม่เกิดขึ้น
นิวรณ์ทั้ง 5 ตัวนี้ มีเฉพาะอุทธัจจะเท่านั้นที่เกิดขึ้นตัวเดียวได้ ส่วนนิวรณ์ตัวอื่น ๆ นอกนั้น เมื่อเกิดจะเกิดขึ้นร่วมกับอุทธัจจะเสมอ
นิวรณ์ทั้ง5 เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำสมาธิ ถ้านิวรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหลายตัวเกิดขึ้น สมาธิก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย แต่นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ไม่เป็นตัวขวางกั้นวิปัสสนาเลย ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่วิปัสสนาอีกด้วย เพราะวิปัสสนานั้นเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของสรรพสิ่ง ไม่ว่าขณะนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นประโยชน์ให้เรียนรู้ได้เสมอ นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ๆ ของจิตที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่อยู่ในอำนาจ ของจิตเช่นกัน
ขอขอบคุณ
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C_5
edit @ 21 Nov 2009 09:09:26 by ~Lemon~cicerO~
posted on 16 Nov 2009 23:56 by lemon054 in knowledge
มีคนบอกช่วงเศรษฐกิจทรุดหนักอย่างนี้ สินค้าฟุ่มเฟือยเตรียมตัว "ขายไม่ออก" กันได้เลย เพราะชาวบ้านที่ไหนจะซื้อ ซึ่งก็จริง !!! และจากผลสำรวจของกรมการค้าภายในของสหรัฐอเมริกา ก็พบว่าเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ยอดขายปลีกในสหรัฐได้ตกลงแล้วถึง 9.8% เมื่อเทียบกับยอดขายปลีกของเดือนธันวาคม ปี 2550
แต่ความจริง อีกด้านก็คือ ท่ามกลางวิฤตเศรษฐกิจที่ทำให้ชาวบ้านต้องคิดหนักเวลาจะควักเงินซื้ออะไรสัก อย่าง ก็ยังมีสินค้าอีกหลายอย่างที่ประชาชนยังคงซื้อ และต่อไปนี้ ก็คือ รายการสินค้าบริการ 10 อย่างที่ยังขายได้ และ "ขายดี" ซะด้วย จากรายงานว่าด้วยเรื่อง เท็น ธิงส์ วี อาร์ สติล บายอิ้ง (Ten Things We"re Still Buying) จากการรวบรวมของนิตยสารฟอร์บส์
สิ่งแรกเลยก็คือ สมาร์ท โฟน ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน ของแอปเปิล, แบล็คเบอร์รี่ โบลด์ ที่ยังคงได้รับความนิยม มียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นับจากเดือนพฤศจิกายนปี 2550-เดือนพฤศจิกายน ปี 2551 ยอดขายสมาร์ท โฟน ได้เพิ่มจาก 13 ล้านเครื่อง เป็น 24 ล้านเครื่อง มียอดขายเพิ่มขึ้น 53% โดยเพิ่มจาก 2.7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 94.7 พันล้านบาท) เป็น 4.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 143.9 พันล้านบาท)
2.วิดีโอเกม และเกม คอนโซล กลายเป็นเครื่องมือที่ผู้คนใช้ "หนีความเครียด" ในชีวิตจริง เกมที่ขายดีได้แก่ "Madden NFL"09" และ "Wii Fit" ที่มียอดขาย 5 ล้านเกมในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2551
3.ยิม เมมเบอร์ หรือ สมาชิกสถานออกกำลังกาย
ต่อ ให้อะไรจะเปลี่ยนไป แต่ความรู้สึกอยากสวยอยากหล่อยังเป็น "ความรู้สึก" ที่มนุษย์ปุถุชนต้องการไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งจากการสำรวจของบริษัทสตีเฟล นิโคเลาส์ ในเมืองเซนต์ หลุยส์ ก็คาดว่ายอดขายสมาชิกของสถานออกกำลังกายในอเมริกาปี 2552 นี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 4%
4.สินค้าเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว (Personal Care )
คล้าย กับข้อ 3 คือการรักษารูปลักษณ์ให้ดูดี นั่นก็หมายถึงการลงทุนในผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ครีมโกนหนวดไปจนแปรงสีฟัน น้ำหอม ซึ่งเรื่องนี้ คาเรน แกรนท์ นักวิเคราะห์สินค้าเกี่ยวกับความงามของบริษัทเอ็นพีดี บอกว่า จากช่วงเดือนพฤศจิกายน 2550-เดือนพฤศจิกายน 2551 ที่สหรัฐอเมริกามียอดขายแชมพู,ผลิตภัณฑ์รักษาสิว, ชุดของขวัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เพิ่มขึ้น 18%, 14%, 11% และ 15% ตามลำดับ
5.ชุดของเล่นแบบตัวต่อ (Toy Building Set )
มัน เป็นเรื่องยาก และลำบากใจของพ่อแม่ที่จะเซย์โนกับลูกๆ ไม่ยอมให้พวกเด็กๆ ซื้อของเล่น แม้ในช่วงที่ครอบครัวต้องประหยัดรายจ่าย และนั่นก็เป็นเหตุผลทำให้ของเล่นยังขายได้แม้ในช่วงมรสุมเศรษฐกิจ และจากรายงานของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็น คิง ออฟ บิลด์ดิง บล็อค หรือชุดของเล่นตัวต่อ อย่าง เลโก ก็บอกว่าเมื่อปีที่แล้วบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 12%
6.การบำรุงดูแลรถยนต์-แม้ ภาพรวมของธุรกิจรถยนต์จะมียอดขายตกลงทั่วโลก แต่คนที่มีรถอยู่แล้ว ไม่ว่ายังไงก็ยังต้องการดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดี และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ เดวิด พอร์ทาลาติน นักวิเคราะห์เศรฐกิจบอกว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้เมื่อปีที่แล้วสินค้าบริการเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถยนต์ มียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก อย่างเช่น ที่ปัดน้ำฝน,น้ำยาล้างทำความสะอาดเครื่องยนต์,ฯลฯ
7.รองเท้ากึ่งลำลอง ขณะที่ภาพรวมของธุรกิจรองเท้า มียอดขายตกลง แต่รองเท้ากึ่งลำลองที่สามารถใส่ไปทำงานได้ด้วย ใส่ในวันว่างได้ด้วย กลับมียอดขายเพิ่มขึ้นนิดหน่อย โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนพฤศจิกายน 2550- เดือนพฤศจิกายน 2551
8.ร้านอาหาร ทั้งนี้ สมาคมภัตตาคารของอเมริกา คาดการณ์ว่าในปีนี้คนอเมริกันจะใช้จ่ายเงินกินอาหารนนอกบ้านกว่า 566 พันล้านดอลลาร์ (ราว 19,866 พันล้านบาท) เพิ่มจากปีที่แล้ว 2.8% โดยร้านอาหารที่จะได้ลูกค้าเพิ่มคือ ร้านอาหารจานด่วน ร้านอาหารราคาถูก ส่วนภัตตาคารใหญ่ๆ จะมีรายได้ลดลง
9.บัตรชมภาพยนตร์ ถึงแม้ เมื่อปี 2551 ยอดคนดูหนังในอเมริกาจะลดลง แต่รายได้ของการขายบัตรชมภาพยนตร์ยังเพิ่มขึ้น 2% ทางสมาคมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังคาดการณ์ด้วยว่าถึงแม้บัตรชมภาพยนตร์บางโรง หนังจะมีราคาราว 15 ดอลลาร์ (ราว 526 บาท) แต่การดูหนังก็ยังเป็นความบันเทิงราคาถูกสุด ที่ชาวบ้านหาได้
10.เน็ตบุ๊ก หรือ โน้ตบุ๊กขนาดเล็กที่มียอดขายพุ่งกระฉูดถึง 160% จากไตรมาสที่ 3 ของปี 2551 เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปี 2550
โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
posted on 16 Nov 2009 22:15 by lemon054 in good
posted on 11 Nov 2009 03:08 by lemon054 in GoodThink
ถ้าวันนี้เป็นวันที่คุณรู้สึกแย่เอามากๆ
ลองอ่านเรื่องนี้ดูแล้วคุณอาจจะมองสภาพรอบตัวเปลี่ยนไป
ถ้าเอาข้อมูลของประชากรทั่วโลกมาย่อย่นลง
เปรียบโลกเป็นเหมือนหมู่บ้านของคน ๑๐๐ คน จะเป็นอย่างไร
ที่หมู่บ้านนี้จะมี
๕๗ คนเป็นคนเอเชีย
๒๑ คนเป็นคนยุโรป
๑๔ คนเป็นคนอเมริกาเหนือและใต้
๘ คนเป็นแอฟริกา
๕๒ คนเป็นผู้หญิง
๔๘ คนเป็นผู้ชาย
๗๐ คนไม่ใช่คนผิวขาว
๓๐ คนเป็นคนผิวขาว
๗๐ คนนับถือศาสนาอื่นนอกเหนือจากศาสนาคริสต์
๓๐ คนนับถือศาสนาคริสต์
๘๙ คนเป็นรักต่างเพศ
๑๑ คนเป็นรักร่วมเพศ
คน ๖ คนถือครองทรัพย์สิน ๕๙ เปอร์เซ็นต์ ของโลก
ทั้ง ๖ คนนั้นเป็นคนสัญชาติอเมริกา
๘๐ คนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
๗๐ คนอ่านหนังสือไม่ออก
๕๐ คนทุกข์ทรมานด้วยโรคขาดสารอาหาร
๑ คนอยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้ตาย
ในขณะเดียวกัน อีก ๑ ชีวิตก็กำลังจะเกิดมา
มีเพียงคนเดียว (ใช่แล้ว คนเดียวเท่านั้น) ที่เรียนถึงระดับมหาวิทยาลัย
และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีคอมพิวเตอร์ใช้
เมื่อได้มองโลกจากภาพย่อเช่นนี้
คงจะทำให้เรายอมรับคนอื่น
เข้าใจคนที่แตกต่างไปจากเรา
และคงตระหนักดีถึงความสำคัญของการศึกษา
ในการที่จะเรียนรู้และรับรู้ความเป็นจริง
หรือ มาลองคิดจากมุมมองอื่น
ถ้าเช้านี้คุณตื่นขึ้นมา และรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงดี
ก็เรียกได้ว่าคุณโชคดีกว่าคนอีก ๑ ล้านคน
ที่ภายในอาทิตย์นี้ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่รอดหรือไม่
ถ้าคุณไม่เคยรู้สึกถึงอันตรายจากการสู้รบ การสงคราม
ความทุกข์ทรมาน ความเปลี่ยวเปล่าจากการถูกกักขัง
ความทรมานจากความหิวโหย
ก็เรียกได้ว่า คุณยังดีกว่าคนอีก ๕๐๐ ล้านคน
ถ้าคุณไม่ตกอยู่ในความหวาดกลัวต่อความตาย
ไม่ถูกจับกุม หรือถูกทรมาน สามารถไปทำพิธีในโบสถ์ได้
ก็เรียกได้ว่า คุณยังดีกว่าคนอีก ๓,๐๐๐ ล้านคน
ถ้าคุณมีอาหารเก็บในตู้เย็น มีเสื้อผ้าใส่
มีหลังคาคุ้มหัว มีที่นอน
ก็เรียกได้ว่า คุณมีความเป็นอยู่สุขสบายกว่าคนอีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ในโลก
ถ้าคุณมีเงินฝากในธนาคาร มีเงินเหลือในกระเป๋าสตางค์
มีเงินวางอยู่ในบ้านที่ไหนสักแห่ง
ก็เรียกได้ว่า คุณมีฐานะดี อยู่ในกลุ่ม ๘ เปอร์เซ็นต์
ของผู้ที่มั่งมีที่สุดในโลก
ถ้าพ่อแม่ของคุณยังแข็งแรง และทั้งสองยังอยู่ด้วยกัน
ต้องเรียกได้ว่าเป็นเรื่องหาได้ยากทีเดียว
ถ้าคุณได้อ่านเรื่องนี้ ต้องเรียกได้ว่า ณ ช่วงเวลานี้
คุณน่าจะเป็นผู้ที่มีความสุขสองเท่า
เพราะ มีคนคิดถึงคุณและส่งข้อความนี้มาให้คุณ
นอกจากนั้น คุณก็ยังดีกว่าคนอีก ๒,๐๐๐ ล้านคนในโลกที่อ่านหนังสือไม่ออก
คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า
คุณทำสิ่งใดก็จะได้รับสิ่ง นั้นตอบสนอง
เพราะฉะนั้น ...................
จงทำงานโดยไม่คำนึงถึงแต่เงิน
จงรักผู้คนรอบตัว เสมือนหนึ่งไม่เคย
จาก
http://www.khwai.com/article.php?story=20040818142847557
edit @ 11 Nov 2009 03:10:42 by ~Lemon~cicerO~
posted on 23 Oct 2009 20:32 by lemon054 in health
เป็นเคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีนค่ะ ได้แก่
๑. ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว..การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุได้
๒. ปาท่องโก๋ ใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่ว เป้นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ
๓. เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง
๔. ผักดอง เกิดการสะสมเกลือโซเดียม หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจง่าย
๕. ตับหมู ๑ กก. มีคอเลสเตอรอลกว่า ๔๐๐ มก. ถ้ามีมากและนานทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจ, หลอดเลือดทางสมอง, มะเร็ง
๖. ผักโขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน
๗. บะหมี่สำเร็จรูป ทำให้ขาดสารอาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย
๘. เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้
๙. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค...และมีสารย่อยโปรตีน ไฮโดรเจนซัลไฟล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
๑๐. ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน ๖ กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์
จากหนังสือ หมอชาวบ้าน ธันวาคม ๒๕๔๙
edit @ 23 Oct 2009 20:35:02 by ~Lemon~cicerO~